3 ศูนย์สุขภาพผู้สูงอายุ
สร้างศูนย์สุขภาพผู้สูงอายุเมืองหลักและเมืองรองพัฒนาศูนย์บ้านพักผู้สูงอายุสำหรับผู้สูงอายุนานาชาติ
หลักการและเหตุผลของโครงการ
การสูงวัยของประชากรเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่สำคัญของโลก ในต้นศตวรรษที่ 21 โลกของเราได้เปลี่ยนจากสังคมเยาว์วัยมาเป็นสังคมผู้สูงอายุสังเกตได้จากอัตราส่วนร้อยละของประชากรที่มีอายุเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเป็นสังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 10 ของ ประชากรทั้งหมด ในปัจจุบันทวีปเอเชียมีผู้สูงอายุมากที่สุดในโลกคือ 586 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 13 ของ ประชากรทั้งทวีปในจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมดในเอเชีย ประเทศที่มีผู้สูงอายุมากที่สุดในโลก คือประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีจำนวนผู้สูงอายุมากถึง 241 ล้านคน โดยมีผู้สูงอายุวัยปลายมากที่สุดเช่นเดียวกัน คือมีมากถึง 26 ล้านคนและประเทศญี่ปุ่นเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นสังคมคนชรามีสัดส่วนจำนวนประชากรสูงอายุต่อประชากรทั้งหมดในประเทศมากที่สุดในโลก รัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่งประกาศจำนวนประชากรอายุมากกว่า 65 ปีประจำปีนี้ว่าทะลุ 36.17 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วมากกว่า 300,000 คน ประชากรผู้สูงอายุคิดเป็น 28.7% ของประชากรทั้งหมด นอกจากนั้นยังมีผู้สูงอายุในภูมิภาคอื่น ๆ อย่างเอเชียตะวันออกกลางและเอเซียใต้อีกจำนวนมาก โครงการดูแลผู้สูงอายุพำนักพักอาศัยระยะยาวจึงนับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นกับภาวการณ์และในสังคมปัจจุบัน
วัตถุประสงค์ของโครงการ
1. เพื่อรองรับผู้สูงอายุนานาชาติที่มีความต้องการเข้าพักอาศัยในประเทศไทย
2. เพื่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นในบริเวณพื้นที่โครงการประเทศไทยและก่อให้เกิดการขยายตัวต่อเศรษฐกิจโดยรอบ
คุณสมบัติของผู้สูงอายุนานชาติที่จะเข้ามาพักในประเทศไทย
1. เพศ ชาย-หญิง อายุ 55 ปีขึ้นไป
2. ไม่มีประวัติที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ทั้งต่อประเทศไทยและประเทศที่ตนมีสัญชาติหรือประเทศที่ตนมีถิ่นพำนักถาวร
3. ไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2535) ได้แก่ โรคเรื้อน วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้าง โรคยาเสพติดให้โทษ โรคซิฟิลิส ระยะที่ 3
4. มีกรมธรรม์ประกันสุขภาพของไทยคุ้มครองตลอดระยะเวลาที่พำนักในราชอาณาจักร โดยมีจำนวนเงินประกันภัยสำหรับค่ารักษาพยาบาล กรณีผู้ป่วยนอกไม่น้อยกว่า 40,000 บาท และกรณีผู้ป่วยในไม่น้อยกว่า 400,000 บาท
5. มีเงินฝากประจำในธนาคารไทยที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท หรือ
6. มีเงินฝากประจำในธนาคารไทยที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 1.8 ล้านบาทและมีรายได้ประจำต่อปีไม่น้อยกว่า 1.2 ล้านบาท โดยภายใน 1 ปี จะต้องมีเงินฝากประจำในธนาคารไทยที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท
การสูงวัยของประชากรเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่สำคัญของโลก ในต้นศตวรรษที่ 21 โลกของเราได้เปลี่ยนจากสังคมเยาว์วัยมาเป็นสังคมผู้สูงอายุสังเกตได้จากอัตราส่วนร้อยละของประชากรที่มีอายุเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเป็นสังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 10 ของ ประชากรทั้งหมด ในปัจจุบันทวีปเอเชียมีผู้สูงอายุมากที่สุดในโลกคือ 586 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 13 ของ ประชากรทั้งทวีปในจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมดในเอเชีย ประเทศที่มีผู้สูงอายุมากที่สุดในโลก คือประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีจำนวนผู้สูงอายุมากถึง 241 ล้านคน โดยมีผู้สูงอายุวัยปลายมากที่สุดเช่นเดียวกัน คือมีมากถึง 26 ล้านคนและประเทศญี่ปุ่นเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นสังคมคนชรามีสัดส่วนจำนวนประชากรสูงอายุต่อประชากรทั้งหมดในประเทศมากที่สุดในโลก รัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่งประกาศจำนวนประชากรอายุมากกว่า 65 ปีประจำปีนี้ว่าทะลุ 36.17 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วมากกว่า 300,000 คน ประชากรผู้สูงอายุคิดเป็น 28.7% ของประชากรทั้งหมด นอกจากนั้นยังมีผู้สูงอายุในภูมิภาคอื่น ๆ อย่างเอเชียตะวันออกกลางและเอเซียใต้อีกจำนวนมาก โครงการดูแลผู้สูงอายุพำนักพักอาศัยระยะยาวจึงนับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นกับภาวการณ์และในสังคมปัจจุบัน
วัตถุประสงค์ของโครงการ
1. เพื่อรองรับผู้สูงอายุนานาชาติที่มีความต้องการเข้าพักอาศัยในประเทศไทย
2. เพื่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นในบริเวณพื้นที่โครงการประเทศไทยและก่อให้เกิดการขยายตัวต่อเศรษฐกิจโดยรอบ
คุณสมบัติของผู้สูงอายุนานชาติที่จะเข้ามาพักในประเทศไทย
1. เพศ ชาย-หญิง อายุ 55 ปีขึ้นไป
2. ไม่มีประวัติที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ทั้งต่อประเทศไทยและประเทศที่ตนมีสัญชาติหรือประเทศที่ตนมีถิ่นพำนักถาวร
3. ไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2535) ได้แก่ โรคเรื้อน วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้าง โรคยาเสพติดให้โทษ โรคซิฟิลิส ระยะที่ 3
4. มีกรมธรรม์ประกันสุขภาพของไทยคุ้มครองตลอดระยะเวลาที่พำนักในราชอาณาจักร โดยมีจำนวนเงินประกันภัยสำหรับค่ารักษาพยาบาล กรณีผู้ป่วยนอกไม่น้อยกว่า 40,000 บาท และกรณีผู้ป่วยในไม่น้อยกว่า 400,000 บาท
5. มีเงินฝากประจำในธนาคารไทยที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท หรือ
6. มีเงินฝากประจำในธนาคารไทยที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 1.8 ล้านบาทและมีรายได้ประจำต่อปีไม่น้อยกว่า 1.2 ล้านบาท โดยภายใน 1 ปี จะต้องมีเงินฝากประจำในธนาคารไทยที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท
